
FortiClient VPN
โดย Fortinet
4.8
- ความปลอดภัย
- 100% Safe
- หมวดหมู่
- ธุรกิจ
- คะแนนรีวิว
- 4.8
- ราคา
- Free
- ดาวน์โหลด
- 1.00M
แอปนี้ปลอดภัย เชื่อถือได้ ติดตั้งฟรี และดาวน์โหลดได้รวดเร็วโดยไม่มีความเสี่ยงหรือมัลแวร์
ภาพหน้าจอ








วิเคราะห์โดย Getfullapps
ถ้าคุณเพิ่งได้รับข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายของบริษัท แล้วกำลังมองหาแอปที่ใช้เปิด VPN บนโทรศัพท์ Android หรือ iPhone ผมมองว่า FortiClient VPN เป็นตัวเลือกที่ตรงงานมากกว่าการดาวน์โหลดแอป VPN ทั่วไป จุดสำคัญคือแอปนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นบริการเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อดูคอนเทนต์จากต่างประเทศ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยไปยังไฟร์วอลล์ขององค์กร
ผมชอบแนวทางที่ค่อนข้างชัดเจนของมัน เพราะเมื่อมีผู้ดูแลระบบเตรียมปลายทางไว้ให้แล้ว หน้าที่ของแอปคือช่วยให้โทรศัพท์สร้างช่องทางเชื่อมต่อกลับเข้าไปยังระบบที่จำเป็น Fortinet เป็นผู้พัฒนาแอปนี้ และจัดไว้ในหมวดธุรกิจ จึงเหมาะกับพนักงาน ผู้รับเหมา หรือเจ้าของกิจการที่ต้องเข้าถึงทรัพยากรภายในจากนอกสำนักงาน มากกว่าคนที่ต้องการ VPN สำหรับการใช้งานส่วนตัวทั่วไป
สิ่งที่ควรคาดหวังก่อนเริ่มใช้
ก่อนติดตั้ง ผมอยากให้แยกคำว่า “แอป VPN” ออกเป็นสองแบบก่อน แบบแรกคือบริการ VPN สำหรับผู้บริโภค ซึ่งมักมีรายชื่อเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกและเน้นความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บ ส่วน FortiClient VPN อยู่ในแบบที่สอง คือเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังระบบขององค์กร การติดตั้งเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ทันที คุณจะต้องมีรายละเอียดการเชื่อมต่อจากบริษัทหรือผู้ดูแลไฟร์วอลล์ด้วย
ในทางปฏิบัติ รายละเอียดเหล่านั้นอาจรวมถึงที่อยู่ปลายทาง ประเภทการเชื่อมต่อ และข้อมูลบัญชีที่องค์กรกำหนด ผมไม่แนะนำให้เดาค่าเอง เพราะ VPN ของบริษัทแต่ละแห่งอาจถูกตั้งค่าแตกต่างกัน หากกรอกผิดหลายจุด คุณอาจเห็นอาการเหมือนแอปมีปัญหา ทั้งที่จริงแล้วข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อยังไม่ตรงกับการตั้งค่าที่ฝั่งองค์กร
แอปนี้ให้ดาวน์โหลดฟรี และมีการติดตั้งมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง พร้อมค่าเฉลี่ย 4.8 จากประมาณสองหมื่นแปดพันการให้คะแนน ภาพรวมดังกล่าวทำให้เห็นว่ามีผู้ใช้จำนวนมากพอสมควร แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรทำให้คุณคาดหวังว่าแอปจะเชื่อมต่อกับ VPN ใดก็ได้ เพราะความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับไฟร์วอลล์และบัญชีขององค์กรเป็นหลัก
ด้านอายุการใช้งาน แอปจัดอยู่ในประเภท 3+ และรองรับระบบปฏิบัติการขั้นต่ำ Android 7.0 สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่า เรื่องนี้ควรตรวจสอบก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะถ้าเครื่องทำงานได้ช้าหรือมีระบบปฏิบัติการที่ไม่ได้อัปเดตมานาน การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยไม่ได้ช่วยมากนักหากอุปกรณ์เองไม่พร้อมใช้งานหรือแอปทำงานไม่เสถียร
เหมาะกับใคร และใครควรเลือกทางอื่น
ผมแนะนำให้พนักงานที่ต้องเปิดระบบภายในจากบ้าน เอกสารที่อยู่หลังไฟร์วอลล์ หรือเครื่องมือทำงานที่บริษัทจำกัดการเข้าถึง ลองใช้แอปนี้ก่อน หากฝ่ายไอทีระบุชัดว่าองค์กรใช้ FortiGate หรือโครงสร้าง VPN ของ Fortinet การเลือกไคลเอนต์จากผู้พัฒนาเดียวกันมักช่วยลดความสับสนเรื่องความเข้ากันได้
บทความที่น่าสนใจให้อ่านต่อ
ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการเพียงซ่อนการใช้งานบน Wi-Fi สาธารณะ เปลี่ยนภูมิภาคเพื่อดูสตรีมมิง หรือเลือกเซิร์ฟเวอร์จากหลายประเทศ แอปนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะที่สุด บริการ VPN สำหรับผู้บริโภคจะตรงกับงานแบบนั้นกว่า เพราะออกแบบให้เริ่มใช้งานโดยไม่ต้องมีผู้ดูแลระบบของบริษัทเตรียมปลายทางให้
ข้อแลกเปลี่ยนนี้สำคัญมาก: FortiClient VPN มีเป้าหมายเฉพาะและจริงจัง แต่ไม่ได้พยายามเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ ถ้าคุณไม่มีข้อมูลจากองค์กร แอปจะไม่ได้สร้างเครือข่ายธุรกิจให้เอง และการติดตั้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่ได้ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณปลอดภัยขึ้นโดยอัตโนมัติ
จากการติดตั้งไปสู่การเชื่อมต่อครั้งแรก
ผมจะพาไล่จากการเตรียมข้อมูลก่อนติดตั้ง ไปจนถึงการยืนยันว่าเชื่อมต่อได้จริงกับทรัพยากรขององค์กร จุดสำคัญคืออย่าเพิ่งตัดสินจากการเห็นสถานะเชื่อมต่อเพียงอย่างเดียว แต่ให้กำหนดสิ่งที่ต้องเปิดใช้งานไว้ล่วงหน้า วิธีนี้ช่วยให้การลองครั้งแรกมีเป้าหมายชัด และทำให้แจ้งฝ่ายไอทีได้ตรงจุดหากยังไปต่อไม่ได้
เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนเปิดแอป
ขั้นตอนที่ช่วยประหยัดเวลาที่สุดคือขอข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มตั้งค่า ผมแนะนำให้ถามผู้ดูแลระบบโดยตรงว่าองค์กรต้องการให้ใช้โปรไฟล์แบบใด ต้องกรอกที่อยู่ของปลายทางอะไร และใช้บัญชีชุดไหน อย่าใช้รหัสผ่านของอีเมลหรือบัญชีส่วนตัวแทน เว้นแต่บริษัทจะระบุเช่นนั้นอย่างชัดเจน
ถ้าบริษัทส่งคู่มือมาเป็นข้อความ ให้ตรวจตัวสะกดของที่อยู่ปลายทางอย่างละเอียด ตัวอักษรเกินหนึ่งตัวหรือช่องว่างที่ติดมาจากการคัดลอกอาจทำให้การเชื่อมต่อล้มเหลวได้ เคล็ดลับที่ผมใช้คือคัดลอกข้อมูลทีละช่อง ไม่คัดลอกทั้งย่อหน้าลงไปในช่องเดียว และเก็บคู่มือฉบับเดิมไว้เผื่อต้องตรวจสอบภายหลัง
ควรเริ่มจากเครือข่ายที่ใช้งานได้ตามปกติ เช่น Wi-Fi บ้านหรือเครือข่ายมือถือที่สัญญาณคงที่ อย่าเริ่มทดสอบพร้อมกับการแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตพื้นฐาน เพราะจะทำให้แยกไม่ออกว่าปัญหาอยู่ที่เครือข่ายเดิมหรือการตั้งค่า VPN หากเปิดเว็บไซต์ทั่วไปไม่ได้ตั้งแต่แรก การทดสอบ FortiClient VPN ก็ยังให้ผลที่เชื่อถือไม่ได้
ทำความเข้าใจหน้าที่ของการอนุญาตการเชื่อมต่อ
เมื่อแอปขอให้ระบบสร้างการเชื่อมต่อ VPN คุณอาจเห็นหน้าต่างยืนยันจากระบบปฏิบัติการ นี่เป็นจุดที่ผู้ใช้ใหม่มักลังเล เพราะคำว่า VPN ฟังดูเหมือนแอปกำลังควบคุมการรับส่งข้อมูลทั้งหมดของเครื่อง ผมมองว่าควรอ่านชื่อแอปและปลายทางให้ตรงกับสิ่งที่บริษัทแจ้งก่อนยืนยัน หากชื่อหรือรายละเอียดไม่ตรง ให้หยุดและถามผู้ดูแลระบบแทนการกดยอมรับแบบเดาสุ่ม
หลังจากบันทึกการตั้งค่าแล้ว ให้ตรวจดูสถานะของโปรไฟล์ก่อนกดเชื่อมต่ออีกครั้ง คุณต้องการเห็นข้อมูลที่สอดคล้องกับคำแนะนำของบริษัท ไม่ใช่เพียงชื่อโปรไฟล์ที่ตั้งขึ้นเอง เพราะชื่อที่สวยงามไม่ได้ยืนยันว่าปลายทางถูกต้อง จุดนี้เป็นความละเอียดเล็ก ๆ แต่ช่วยลดการเสียเวลาวนกลับไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้มาก
ความสำเร็จครั้งแรกควรตรวจสอบอย่างไร
การเห็นสถานะเชื่อมต่อแล้วถือเป็นเพียงครึ่งแรก ผมแนะนำให้ทำการทดสอบที่มีความหมายต่อการทำงานจริงทันที เช่น เปิดระบบภายในที่ปกติอยู่นอกเครือข่ายสำนักงานไม่ได้ หรือเข้าถึงทรัพยากรที่ผู้ดูแลระบบบอกให้ทดสอบ การเปิดเว็บไซต์ทั่วไปอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะเว็บไซต์นั้นอาจใช้งานได้แม้ VPN ยังไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงระบบของบริษัท
ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบได้บ่อยคือ พนักงานอยู่ที่บ้านและต้องเปิดเครื่องมือภายในเพื่อดูข้อมูลลูกค้า ก่อนเริ่มงานให้ต่อ Wi-Fi บ้าน จากนั้นเปิด FortiClient VPN และรอให้สถานะเปลี่ยนเป็นเชื่อมต่อ แล้วจึงเปิดเครื่องมือดังกล่าว หากเข้าถึงได้ แปลว่าคุณได้พิสูจน์เส้นทางที่ต้องใช้จริง ไม่ใช่แค่พิสูจน์ว่าแอปเปิดขึ้นมาได้
ถ้าระบบภายในยังเปิดไม่ได้ ให้จดเวลา อุปกรณ์ เครือข่ายที่ใช้ และข้อความผิดพลาดไว้ แล้วส่งข้อมูลให้ฝ่ายไอที รายละเอียดเหล่านี้มีประโยชน์กว่าการบอกเพียงว่า “VPN ใช้ไม่ได้” เพราะผู้ดูแลจะได้แยกปัญหาระหว่างบัญชี ปลายทาง การอนุญาต หรือระบบภายในที่ไม่ตอบสนอง
ความสับสนที่เกิดขึ้นบ่อยหลังเชื่อมต่อ
เรื่องแรกคือผู้ใช้บางคนคิดว่าเมื่อเชื่อมต่อแล้ว ทุกอย่างบนโทรศัพท์จะต้องทำงานเหมือนอยู่ในสำนักงานทันที แต่สิทธิ์ของ VPN อาจพาคุณไปยังระบบที่องค์กรอนุญาตเท่านั้น แอปไม่ได้เปลี่ยนสิทธิ์บัญชีของคุณ หากคุณไม่มีสิทธิ์เปิดโฟลเดอร์หรือเครื่องมือบางอย่างอยู่แล้ว การต่อ VPN ก็ไม่ได้เพิ่มสิทธิ์นั้น
อีกเรื่องคือการสับสนระหว่าง “เชื่อมต่อสำเร็จ” กับ “อินเทอร์เน็ตช้า” การรับส่งข้อมูลผ่านโครงสร้างขององค์กรอาจทำให้เส้นทางแตกต่างจากการใช้งานปกติ หากการทำงานภายในใช้ได้ แต่เว็บไซต์ทั่วไปช้าลง คุณควรแจ้งผู้ดูแลระบบพร้อมรายละเอียด แทนการลบแอปแล้วติดตั้งใหม่ทันที เพราะต้นเหตุอาจอยู่ที่นโยบายเครือข่ายหรือการกำหนดเส้นทาง
ผมยังแนะนำให้ตรวจสถานะก่อนเปิดงานสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะหลังสลับจาก Wi-Fi ไปใช้เครือข่ายมือถือหรือหลังเครื่องพักหน้าจอเป็นเวลานาน การเชื่อมต่ออาจไม่อยู่ในสภาพเดิมเสมอไป การใช้เวลาสั้น ๆ ตรวจสถานะและเปิดทรัพยากรเป้าหมายช่วยป้องกันการทำงานค้างโดยไม่รู้ตัว
วิธีแก้ปัญหาโดยไม่ทำให้สถานการณ์ยุ่งกว่าเดิม
เมื่อเชื่อมต่อไม่ได้ ผมจะไล่ตรวจจากสิ่งง่ายไปหาสิ่งเฉพาะ เริ่มจากดูว่าอินเทอร์เน็ตพื้นฐานใช้งานได้หรือไม่ ต่อด้วยตรวจการสะกดปลายทางและบัญชี จากนั้นลองเครือข่ายอื่นอย่างระมัดระวังเพื่อดูว่าปัญหาเกิดเฉพาะเครือข่ายเดิมหรือไม่ หากยังไม่สำเร็จจึงติดต่อฝ่ายไอทีพร้อมข้อความผิดพลาด
สิ่งที่ไม่ควรทำคือเปลี่ยนค่าหลายอย่างพร้อมกัน เพราะคุณจะไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงใดทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง หากองค์กรมีโปรไฟล์หรือคำแนะนำเฉพาะ ให้ยึดตามนั้นก่อน การตั้งค่าแบบสุ่มอาจทำให้โปรไฟล์ที่เคยถูกต้องคลาดเคลื่อน และทำให้การวิเคราะห์ปัญหายากขึ้น
หากคุณใช้โทรศัพท์ส่วนตัวปะปนกับงาน ควรแยกช่วงเวลาการเชื่อมต่อให้ชัดเจน ต่อเมื่อจำเป็นต้องใช้ระบบบริษัท และยกเลิกเมื่อทำงานเสร็จตามแนวทางขององค์กร วิธีนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าเมื่อใดกำลังใช้เส้นทางของบริษัท และลดความสับสนเมื่อต้องทดสอบความเร็วหรือเปิดบริการส่วนตัว
อัปเดตและใช้งานในระยะยาว
รุ่นปัจจุบันของแอปคือ 7.4.6.0218 และแอปเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 6 มีนาคม 2557 สำหรับการใช้งานจริง ผมมองว่าควรรักษาแอปให้อยู่ในรุ่นที่องค์กรรองรับ ไม่ใช่รีบอัปเดตโดยไม่ตรวจสอบทุกครั้ง หากโทรศัพท์อัปเดตแอปอัตโนมัติแล้วเกิดการเชื่อมต่อผิดปกติ ให้แจ้งฝ่ายไอทีพร้อมระบุรุ่นที่ใช้อยู่ เพราะรุ่นของไคลเอนต์อาจเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าฝั่งไฟร์วอลล์
ในมุมกลับกัน การใช้รุ่นเก่ามากเพียงเพราะเคยเชื่อมต่อได้ก็ไม่ใช่แนวทางที่ดี การอัปเดตระบบปฏิบัติการหรือการเปลี่ยนแปลงฝั่งองค์กรอาจทำให้การตั้งค่าเดิมไม่เหมาะสมอีกต่อไป จุดสมดุลที่ดีที่สุดคือใช้รุ่นที่เหมาะกับนโยบายของบริษัทและตรวจสอบกับผู้ดูแลเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผู้ใช้ที่ต้องเดินทางควรทดสอบก่อนออกจากบ้าน ไม่ควรรอจนอยู่ในสนามบิน โรงแรม หรือสถานที่ประชุมแล้วค่อยพบว่าข้อมูลบัญชีไม่ครบ การทดสอบล่วงหน้าหนึ่งครั้งพร้อมเปิดระบบภายในจริง จะทำให้คุณรู้ว่าการตั้งค่าพร้อมใช้งานและรู้ว่าควรติดต่อใครหากเกิดปัญหา
มุมมองของผมหลังใช้งาน
จุดแข็งของ FortiClient VPN คือความชัดเจนของบทบาท มันไม่ได้พยายามทำให้ผู้ใช้เลือกฟีเจอร์จำนวนมาก แต่เน้นการเป็นประตูเข้าสู่เครือข่ายที่องค์กรจัดเตรียมไว้ สำหรับคนที่มีข้อมูลการเชื่อมต่อครบ การเริ่มต้นไม่ได้ซับซ้อนเกินไป และการทดสอบด้วยระบบภายในทำให้รู้ผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับคือประสบการณ์ทั้งหมดพึ่งพาฝ่ายไอทีและการตั้งค่าของไฟร์วอลล์ หากบริษัทให้คำแนะนำไม่ครบ ผู้ใช้จะไม่สามารถแก้ทุกอย่างจากหน้าจอแอปได้เอง นี่เป็นเหตุผลที่ผมไม่จัดให้แอปนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการ VPN แบบเปิดแล้วเลือกเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที
ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ต้องเข้าถึงระบบขององค์กร และบริษัทใช้โครงสร้างที่รองรับแอปนี้ ผมคิดว่าควรติดตั้งและเรียนรู้ขั้นตอนตรวจสอบการเชื่อมต่อให้เป็นนิสัย โดยเฉพาะการทดสอบทรัพยากรจริงหลังสถานะเปลี่ยนเป็นเชื่อมต่อ ส่วนคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับการท่องเว็บส่วนตัวหรืออยากเลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ ควรเลือกบริการอีกประเภทที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายนั้นโดยตรง
สรุปจากประสบการณ์ของผม FortiClient VPN เหมาะที่สุดเมื่อคุณมีปลายทางและคำแนะนำจากองค์กรอยู่แล้ว เส้นทางที่ราบรื่นคือเตรียมข้อมูลให้ครบ ตั้งค่าอย่างระมัดระวัง ยืนยันการอนุญาตจากระบบ แล้วพิสูจน์ด้วยการเปิดระบบภายในที่ต้องใช้งานจริง เมื่อทำตามลำดับนี้ แอปจะทำหน้าที่ได้ตรงจุดและช่วยให้การทำงานนอกสำนักงานเป็นระเบียบขึ้น โดยไม่ทำให้คุณเข้าใจผิดว่าเป็น VPN สำหรับทุกสถานการณ์
ข้อดี
- เข้ารหัสการเชื่อมต่อ ช่วยปกป้องข้อมูลบน Wi‑Fi สาธารณะ
- รองรับการยืนยันตัวตนหลายรูปแบบ เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ
- ทำงานร่วมกับระบบ FortiGate ได้ดี เหมาะกับองค์กรที่ใช้โครงสร้างนี้
- มีฟังก์ชันตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อและแจ้งเตือนความผิดปกติ
- อินเทอร์เฟซค่อนข้างเรียบง่าย เริ่มใช้งาน VPN ได้ไม่ซับซ้อน
ข้อเสีย
- ฟีเจอร์หลายส่วนเน้นผู้ใช้องค์กรทั่วไปอาจใช้งานได้ไม่เต็มที่
- อาจต้องใช้บัญชีหรือการตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบก่อนเชื่อมต่อ
- ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับเซิร์ฟเวอร์ VPN และนโยบายขององค์กร
- อาจใช้แบตเตอรี่และทรัพยากรเครื่องเพิ่มขึ้นขณะเปิดการเชื่อมต่อ
- การแก้ปัญหาเชิงลึกอาจทำได้ยากหากไม่มีความรู้ด้านเครือข่าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FortiClient VPN
FortiClient VPN คืออะไร และเหมาะกับใคร?
FortiClient VPN เป็นแอปสำหรับสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเครือข่ายขององค์กรหรือเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนดได้อย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องเชื่อมต่อระบบภายในบริษัท อย่างไรก็ตาม แอปนี้มักต้องใช้ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์และการตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบ จึงไม่ใช่ VPN สำเร็จรูปที่เปิดแล้วใช้งานได้ทันทีทุกกรณี
FortiClient VPN ใช้งานฟรีหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเปล่า?
ตัวแอป FortiClient VPN อาจดาวน์โหลดและใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในบางรูปแบบ แต่การเชื่อมต่อจะขึ้นอยู่กับบริการ VPN หรือระบบ FortiGate ขององค์กรที่คุณต้องการเข้าถึง หากเป็นการใช้งานในบริษัท องค์กรอาจมีค่าไลเซนส์ ค่าบริการเซิร์ฟเวอร์ หรือข้อกำหนดด้านบัญชีผู้ใช้เพิ่มเติม ผู้ใช้ควรตรวจสอบกับฝ่ายไอทีหรือผู้ให้บริการก่อนดาวน์โหลดและตั้งค่า
ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มตั้งค่า FortiClient VPN?
ก่อนเริ่มใช้งาน โดยทั่วไปควรเตรียมที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ VPN ประเภทการเชื่อมต่อ หมายเลขพอร์ต ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น รหัส OTP หรือใบรับรองดิจิทัล ทั้งนี้รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามการตั้งค่าขององค์กร หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ แอปอาจติดตั้งได้แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้สำเร็จ จึงควรขอคู่มือจากผู้ดูแลระบบก่อน
FortiClient VPN ปลอดภัยแค่ไหน และแอปจะเห็นข้อมูลส่วนตัวหรือไม่?
FortiClient VPN ใช้การเข้ารหัสเพื่อปกป้องข้อมูลระหว่างอุปกรณ์กับเซิร์ฟเวอร์ VPN แต่ระดับความเป็นส่วนตัวขึ้นอยู่กับการตั้งค่าขององค์กรและผู้ดูแลระบบ เมื่อเชื่อมต่อผ่าน VPN ผู้ดูแลอาจตรวจสอบทราฟฟิก บันทึกการใช้งาน หรือกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยได้ แอปจึงเหมาะกับการเข้าถึงระบบองค์กรอย่างปลอดภัย แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถถูกตรวจสอบได้โดยสมบูรณ์
หาก FortiClient VPN เชื่อมต่อไม่ได้ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
หากเชื่อมต่อไม่ได้ ควรตรวจสอบอินเทอร์เน็ตก่อน จากนั้นตรวจสอบที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ พอร์ต ประเภท VPN ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านให้ถูกต้อง หากองค์กรใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ควรตรวจสอบรหัส OTP และเวลาบนอุปกรณ์ด้วย นอกจากนี้ เครือข่ายบางแห่งอาจบล็อกพอร์ต VPN หรือมีไฟร์วอลล์รบกวนการเชื่อมต่อ หากยังแก้ไม่ได้ ควรส่งข้อความแจ้งเตือนหรือภาพหน้าจอให้ฝ่ายไอทีตรวจสอบ
อ่านเกี่ยวกับ FortiClient VPN ในภาษาของคุณ
FortiClient VPN
เว็บไซต์นี้นำเสนอข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือจัดจำหน่ายแอปใดๆ ที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าของแอปเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดของนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิง โปรดติดต่อนักพัฒนาโดยตรงผ่าน android@fortinet.com เยี่ยมชม http://www.fortinet.com หรืออ่าน https://www.fortinet.com/corporate/about-us/privacy ของนักพัฒนา


















